Wien Ringmauer: กำแพงเมืองเวียนนา
ถ้าคุณเคยเดินใน Innere Stadt หรือตัวเมืองชั้นในของเวียนนา
และรู้สึกว่าเมืองนี้ "แน่น" ในแบบที่บอกไม่ถูก
นั่นไม่ใช่ความรู้สึก
มันคือความทรงจำของกำแพงที่เคยอยู่ตรงนั้น
เวียนนาใช้เวลาหลายศตวรรษสร้างตัวเองให้เป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป
และอีกหลายศตวรรษถัดมาก็ค้นพบว่าสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องชีวิต กำลังคร่าชีวิตคนอย่างช้าๆ และเงียบงัน
นี่คือเรื่องของกรงขังที่สร้างจากหิน เงินค่าไถ่ และความหวาดกลัว
กำแพงที่สร้างจากเงินของคนอื่น
มีเมืองไม่กี่แห่งในโลกที่รากฐานของมันมาจากค่าไถ่ชีวิตกษัตริย์ต่างแดน
ศตวรรษที่ 12 กษัตริย์ Richard I แห่งอังกฤษถูกจับใกล้เวียนนาขณะแอบเดินทางกลับจากสงครามครูเสด ดยุค Leopold V ส่งตัวพระองค์ให้จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และทั้งสองเรียกค่าไถ่ 150,000 silver marks คือราว 2-3 เท่าของรายได้ประจำปีทั้งอาณาจักรอังกฤษ น้ำหนักเงินจริงประมาณ 23-35 ตัน
อังกฤษจ่าย พระราชมารดาของ Richard คุมการระดมทุนด้วยพระองค์เอง ด้วยการเก็บภาษีหนึ่งในสี่ของทรัพย์สินทุกคน ยึดทองจากโบสถ์ เรียกเก็บจากอัศวินและที่ดิน
เงินก้อนนั้นข้ามทวีปมาสร้าง Ringmauer กำแพงเมืองเวียนนาที่ใหญ่กว่าเดิมสามเท่า ครอบคลุมพื้นที่ที่ต่อมากลายเป็น Innere Stadt รวมถึงเมือง Wiener Neustadt กำแพง Hainburg และโรงกษาปณ์ของจักรวรรดิ
รากฐานที่เวียนนายืนอยู่วันนี้คือหนี้สินของประเทศที่อยู่ห่างออกไปพันกิโลเมตร
Vienna Pannonie — ภาพเมืองเวียนนาจาก Nuremberg Chronicle ปี 1493 ก่อนที่เงินค่าไถ่กษัตริย์ Richard จะขยายกำแพงเมืองเป็นสามเท่า | Public Domain
ตรรกะทางทหารที่สร้างกรง
ปี 1529 กองทัพออตโตมันบุกเวียนนาถึงประตูเมืองเป็นครั้งแรก ถึงแม้การล้อมของออตโตมันในครั้งนั้นไม่สำเร็จ แต่บทเรียนที่ฮัฟส์บวร์กได้กลับมามีหนึ่งข้อ
กำแพงเดิมไม่เพียงพอสำหรับยุคปืนใหญ่อีกต่อไปแล้ว
จักรวรรดิจ้างสถาปนิกทหารชาวอิตาเลียนออกแบบระบบป้องกันใหม่ทั้งหมดตามหลัก trace italienne — สถาปัตยกรรมป้อมปราการที่พัฒนาขึ้นเพื่อ ballistic warfare โดยเฉพาะ
ปี 1548 เวียนนากลายเป็น Festung อย่างสมบูรณ์ กำแพงหนา ป้อมปืน 11 แห่ง คูน้ำ และองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด คือ Glacis หรือแนวพื้นที่โล่งนอกกำแพงที่กฎหมายทหารห้ามสร้างสิ่งใดเด็ดขาด
สำหรับคนยุคนั้น การอยู่แออัดในกำแพงคือสิทธิพิเศษ เพราะมันหมายถึงการอยู่ใต้ปีกของจักรพรรดิ ส่วนคนนอกกำแพงคือเหยื่อรายแรกหากสงครามมาถึง
ปี 1683 กองทัพออตโตมัน 150,000 นายล้อมเวียนนา 60 วัน ฝ่ายรักษาการณ์มีเพียง 15,000 คน กำแพงยืนหยัดจน King John III Sobieski แห่งโปแลนด์มาถึง ชัยชนะนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์เวียนนา กำแพงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่แตะต้องไม่ได้
แต่ตรรกะทางทหารที่ออกแบบระบบนี้มีจุดอ่อนหนึ่งข้อที่ไม่มีนักวางแผนคนใดคิดถึง
มันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับสันติภาพ
Vogelschau der Stadt Wien ปี 1683 โดย Folbert van Alten-Allen — เห็น Glacis พื้นที่โล่งรอบกำแพงที่กฎหมายทหารห้ามสร้างสิ่งใด ซึ่งกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เมืองขยายออกไปไม่ได้ | Public Domain
Battle of Vienna 1683 — ภาพวาดแสดงช่วงเวลาที่กองทัพโปแลนด์นำโดย King John III Sobieski บุกโจมตีค่ายออตโตมัน เส้นขอบฟ้าด้านหลังคือเวียนนาที่กำลังรอการช่วยเหลือ | Public Domain
เมื่อป้อมปราการกลายเป็นกรง
ศตวรรษที่ 19 เวียนนาเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของจักรวรรดิ คนจากโบฮีเมีย ฮังการี อิตาลี หลั่งไหลเข้ามาเพราะเวียนนาคือที่ที่มีงาน มีเงิน มีอนาคต
ปี 1800 ประชากร 230,000 คน ห้าสิบปีต่อมาใกล้ถึง 450,000 บนพื้นที่ที่แทบไม่เปลี่ยนแปลง
Glacis คือตัวแปรที่ทำให้สถานการณ์นี้กลายเป็นวิกฤต เพราะมันห้ามการขยายตัวออกไปด้านนอก ประชากรสองเท่าจึงต้องอัดกันอยู่ในพื้นที่เดิม กำแพงสูงปิดกั้น air circulation ตรอกแคบใน Innere Stadt ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรง ระบบน้ำและระบบระบายน้ำเสียที่ออกแบบมาสำหรับคนแสนเดียวถูกใช้งานโดยคนสี่เท่า
เมืองที่แออัดคือเมืองที่โรคระบาดรอเวลา
และเวียนนาเคยรู้จักบทเรียนนี้มาก่อนแล้ว กาฬโรคในศตวรรษที่ 14 คร่าชีวิตคนเวียนนาไปกว่าครึ่งในคราวเดียว ความสูญเสียครั้งนั้นทิ้งรอยไว้เป็น Pestsäule กลางจัตุรัส Graben — เสาหินที่สร้างขึ้นเพื่อขอบคุณที่รอดมาได้ และเพื่อไม่ให้ลืมว่าเมืองเคยเกือบหายไปแล้วครั้งหนึ่ง
แต่ความทรงจำของโรคระบาดไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมการวางผังเมือง
เมืองที่ไม่เรียนรู้ ก็วนกลับมาจ่ายราคาซ้ำ
ปี 1831 และ 1836 อหิวาตกโรคระบาดในเวียนนา การวิเคราะห์ย้อนหลังพบว่าเชื้อโรคไม่ได้มาจากนอกกำแพง มันเพาะตัวอยู่ข้างในมาตลอด เพราะสภาพแวดล้อมทางกายภาพสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการแพร่กระจาย
กำแพงที่สร้างมาเพื่อปกป้องชีวิต กลายเป็นสิ่งที่คร่าชีวิตคนอย่างช้าๆ และเงียบงัน
ภาพถ่ายกำแพงเมืองเวียนนาพร้อมประตูทางเข้า ปี 1858 หนึ่งปีหลังจาก Franz Joseph I ออกพระราชกฤษฎีกาทุบกำแพงทิ้ง ภาพนี้จึงเป็นหนึ่งในบันทึกสุดท้ายของ Ringmauer ก่อนที่มันจะหายไปตลอดกาล | ถ่ายโดย k.k. Hof- und Staatsdruckerei Wien | Wien Museum Inv.-Nr. 10481 | CC0
กำแพงที่ผ่านสองครั้งของการล้อมจากกองทัพออตโตมัน ผ่าน Napoleon ผ่านโรคระบาด
สุดท้ายพังเพราะประชากรสี่แสนคนที่ไม่มีที่ไป และโรคระบาดที่ไม่ต้องการประตู
เมื่อกำแพงกลายเป็นตัวปัญหา จึงมีคนตัดสินใจทุบมันทิ้ง
และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เปลี่ยนหน้าตาของเวียนนาไปตลอดกาล
ร่องรอยที่ยังอยู่ใต้เมืองวันนี้
กำแพงถูกทุบทิ้งในปี 1857 ตามพระราชกฤษฎีกาของ Franz Joseph I เพื่อสร้าง Ringstraße แต่โครงสร้างทางกายภาพไม่เคยหายไปทั้งหมด มันถูกฝังไว้ใต้เมืองใหม่ และถ้าเดินถูกทาง ยังมองเห็นได้ในทุกวันนี้
Stubentor — สาย U3 ระหว่างขุดสร้างรถไฟใต้ดินสาย U3 ช่วงปี 1985–1987 คนงานพบส่วนหนึ่งของ Black Tower กำแพงที่สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1200 ทุกวันนี้มองเห็นได้ที่ชานชาลา มีกระจกบนพื้นให้มองลงไปเห็นฐานกำแพงจริงใต้ดิน ออกจาก U3 สถานี Stubentor แล้วมองลงพื้นค่ะ
Mölker Bastei — ริม Schottengasse ส่วนของกำแพงดินและก่ออิฐที่ยังตั้งอยู่ริม Schottengasse บ้านที่ Beethoven เคยอาศัยอยู่สร้างบนระดับความสูงของ bastion เดิม ความสูงของพื้นดินที่ผิดปกตินั้นคือกำแพงที่กลายสภาพเป็นดิน
Palais Coburg — เขต 1 สร้างบน Coburg Bastion ชั้นใต้ดินยังคงเป็น casemates ของป้อมปราการคริสต์ศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันถูกใช้เป็น wine archive ระดับ premium มีทัวร์พาชมสำหรับผู้เข้าพัก
Ruprechtskirche — ทาง Franz-Josefs-Kai เดินลงบันได Ruprechtsstiege จะพบเศษกำแพงเมืองเก่าฝังอยู่กับผนังอย่างเงียบๆ โบสถ์เก่าแก่ที่สุดในเวียนนาตั้งอยู่บนระดับความสูงของกำแพงเดิม
และถ้าเดินจาก Naglergasse ไปทาง Wallnerstraße แล้วรู้สึกว่าพื้นลาดลงทันที ให้รู้ว่าเพิ่งก้าวข้ามคูน้ำของค่ายทหารโรมัน Vindobona ที่อยู่ใต้นั้นมาสองพันปีแล้ว
เมืองไม่เคยลบอดีตออกได้จริงๆ มันแค่สร้างทับ
Palais Coburg — ชั้นใต้ดินของโรงแรมหรูที่ยังคงเป็น casemates ของป้อมปราการคริสต์ศตวรรษที่ 16 กำแพงอิฐหลายยุคสมัยที่ซ้อนกันอยู่ในผนังเดียวบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่ไม่มีป้ายไหนอธิบายได้ครบ | Visuals by Nookpixel
Mölker Bastei — กำแพงป้อมปราการที่ยังยืนอยู่ริม Schottengasse ตั้งแต่ยุคกลาง บ้านที่ Beethoven เคยอาศัยอยู่สร้างอยู่บนระดับความสูงของ bastion นี้ คนที่เดินลงบันไดวันนี้เดินอยู่บนซากของ Ringmauer ที่เคยล้อมเวียนนาไว้ทั้งเมือง | Visuals by Nookpixel
Stubentor — Black Tower กำแพงที่สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1200 ยังยืนอยู่ใต้เมืองที่เดินผ่านมันทุกวันโดยไม่รู้ | Visuals by Nookpixel
Fact File
OFFICIAL TITLE
Ringmauer — กำแพงเมืองชั้นใน
Started
ศตวรรษที่ 12 (ขยายใหม่หลังปี 1192)
Full PROTECTED
Festung สมบูรณ์แบบ ปี 1548
DEMOLISHED
1857 ตามพระราชกฤษฎีกา Franz Joseph I
เรื่องและภาพโดย: Nookpixel
นุก – เสาวลักษณ์ จันทร์อดิศร เภสัชกรหญิงผู้ผันตัวมาเป็นนักเล่าเรื่องและช่างภาพ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงเวียนนา
หลงรักการเดินเท้าและบันทึกจังหวะเมืองผ่านเลนส์
เจ้าของเพจ "วนเวียนนา - Von Wien" มาพร้อมแนวคิด "เดินวนในเวียนนา...มีเรื่องมาเล่า"
โดยตั้งใจหยิบยกศิลปะ วัฒนธรรม และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยฉบับคนท้องถิ่น
มาถ่ายทอดให้เป็นเรื่องราวที่ละเมียดละไมและสนุกสนานกว่าที่เคย
และเจ้าของเพจ "Nookpixel" บริการถ่ายภาพในเวียนนา
สำหรับใครที่อยากเก็บความทรงจำสวยๆ ในมุมมองที่ไม่เหมือนใคร
ช่องทางการติดตาม:
- เรื่องราวจากเวียนนา: วนเวียนนา - Von Wien (FB สำหรับคนชอบอ่าน)
- สนใจถ่ายภาพ/ติดต่องาน: Nookpixel (FB สำหรับทักแชทจ้างงาน)
- รวมภาพถ่ายสวยๆ : @nookpixel.photo (IG Portfolio)
Nookpixel



