ริมหน้าผาสีทอง... กับรอยจูบที่เปราะบางที่สุดในโลก
ถอดรหัสลับภาพเขียน "The Kiss" ผลงานของจิตรกรหัวขบถ Gustav Klimt
หนังสือไกด์บุ๊คแทบทุกเล่มจะบอกว่า มาถึงเวียนนาแล้วต้องไปดูภาพเขียนนี้ให้ได้สักครั้ง
ภาพเขียนผลงานระดับ Masterpiece ของศิลปินชื่อดัง Gustav Klimt บิดาแห่งกลุ่มศิลปะขบถแห่งเวียนนา
สารภาพตามตรงว่า ครั้งแรกที่เห็นผ่านหน้าจอ นุกกลับรู้สึก 'เฉยชา' กับภาพนี้
ภาพที่เห็นคือ ผู้ชายผู้หญิงกอดจูบกันตัวเหลืองๆ ทองๆ แถมถ้าเดินในเมืองเวียนนา ก็จะเจอภาพนี้สกรีนอยู่ทุกที่...
ตั้งแต่กล่องช็อกโกแลต ร่ม แก้วกาแฟ ถุงผ้า หรือของที่ระลึกตามร้านขายของฝาก
จนดูเป็นแค่สัญลักษณ์ป๊อปคัลเจอร์ที่ดู "เกร่อ" มากกว่าจะงานศิลปะระดับโลก
นุกเลยเกิดคำถามในใจว่า ทำไมเราต้องเดินทางไปแย่งกันดูภาพสีเหลืองๆ นี้ด้วย?
แตกต่างอะไรกับภาพไฟล์ดิจิทัลความละเอียดสูงที่เราซูมดูที่บ้าน?
จนกระทั่งวันหนึ่ง........
พอได้มายืนอยู่ตรงหน้าภาพนี้บนเฟรมผ้าใบขนาดมหึมา 180 x 180 เซนติเมตร
วินาทีนั้นเองที่คำตอบทั้งหมดปรากฏชัดขึ้นมา
ไม่ใช่ด้วยเหตุผลทางตรรกะ แต่ด้วย "ความรู้สึก" ที่ปะทะเข้ามากลางใจ
ภาพวาดที่มีลมหายใจ
สิ่งแรกที่รูปถ่ายไม่เคยบอกเราก็คือ....
ภาพนี้ไม่ได้ประกอบด้วย "สีเหลือง" แต่ Gustav Klimt สร้างขึ้นมาจาก "ทองคำ"
ด้วยความหลงใหลในศิลปะไบแซนไทน์และงานโมเสก Klimt ใช้เทคนิค Mixed Media ที่บ้าคลั่ง โดยนำทองคำเปลว ทองคำผง เงิน และแพลตตินัม มาบรรจงแปะลงไปบนสีน้ำมัน ผลลัพธ์คือพื้นผิวของภาพที่มีความนูนต่ำ มีความด้านและเงาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อยืนอยู่หน้าภาพจริง แสงไฟในพิพิธภัณฑ์จะทำปฏิกิริยากับโลหะบนภาพ ทำให้ภาพดู "เรืองแสง" และเปลี่ยนมิติไปตามมุมที่เราขยับตัว ราวกับว่าภาพนี้มีชีวิตและกำลังหายใจตามจังหวะแสงเงา
นี่คือประสบการณ์ทางสายตา ที่ภาพจากไฟล์ jpg ทำให้ "รู้สึก" แบบเดียวกันไม่ได้
การเดิมพันราคา 25,000 Crowns
ความวิจิตรนี้ไม่ได้มีค่าน้อยไปกว่าประวัติศาสตร์เบื้องหลังภาพ
ย้อนกลับไปในปี 1908
ทันทีที่ Klimt นำภาพนี้มาจัดแสดงในงานนิทรรศการ Kunstschau รัฐบาลออสเตรียตัดสินใจขอซื้อทันที
"ทั้งที่ภาพยังวาดไม่เสร็จสมบูรณ์"
ราคาที่เคาะในวันนั้นคือ 25,000 Crowns!
หากเทียบให้เห็นภาพ ในยุคนั้นสถิติราคาภาพวาดสูงสุดในออสเตรียอยู่ที่เพียง 500 Crowns เท่านั้น
เท่ากับว่ารัฐยอมจ่ายแพงกว่าราคาตลาดถึง 50 เท่าเพื่อเดิมพันกับงานศิลปะชิ้นนี้ มูลค่าเงินในยุคนั้นเทียบเท่ากับ 'คฤหาสน์หรูหนึ่งหลังในเวียนนา' หรือเงินเดือนของข้าราชการระดับสูงรวมกันถึง 5 ปี เลยทีเดียว
…ลองจินตนาการว่ารัฐบาลยอมจ่ายเงินซื้อบ้านหนึ่งหลัง เพื่อแลกกับรูปวาดเพียงรูปเดียวที่สียังไม่ทันแห้งดูสิคะ นั่นแหละคือความบ้าบิ่น และมันกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะปัจจุบัน The Kiss คือสมบัติล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินได้อีกแล้ว
Image Source: Belvedere Museum via Google Cultural Institute (Public Domain)
กรงขังสีทอง
ภายใต้ความวิบวับตระการตา Klimt ซ่อนนัยยะทางจิตวิทยาของความรักเอาไว้อย่างแนบเนียน
เขาจับความสมจริงของมนุษย์ (Hyper-realism) ที่เห็นชัดแม้กระทั่งเส้นเลือดและกล้ามเนื้อ ให้จมหายลงไปในโลกแห่งลวดลายกราฟิก (Abstract Patterns)
ลองสังเกตฝ่ายชายดูสิคะ เขาถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมลายสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวดำ สื่อถึงความแข็งแกร่ง ตรรกะเหตุผล และพลังเพศชาย เปรียบเสมือนเกราะที่กำลังโอบล้อมฝ่ายหญิงเอาไว้
ในขณะที่ฝ่ายหญิง อยู่ในชุดลายวงกลมและดอกไม้หลากสี สื่อถึงความอ่อนโยน ธรรมชาติ และอารมณ์ความรู้สึก
เมื่อสองร่างแนบชิด ลวดลายที่ขัดแย้งกันกลับหลอมรวมจนเส้นกั้นระหว่าง "การปกป้อง" และ "การครอบครอง" เลือนหายไป...
ผู้ชายที่โน้มตัวลงมาจูบที่แก้ม กับผู้หญิงที่หลับตาพริ้มและเอียงคอรับ เธอกำลังมีความสุข หรือกำลังจำยอมอยู่ในกรงขังสีทองนี้กันแน่?
และมุมที่เป็นที่สุดที่อยากให้ทุกคน "จ้องมอง" ให้ดี
ไม่ใช่ใบหน้าที่กำลังจูบกัน แต่คือสิ่งที่อยู่ต่ำลงไปที่เท้าของฝ่ายหญิงค่ะ
ลองกวาดสายตาไปที่พื้นหญ้าสีทองที่เต็มไปด้วยดอกไม้ดูค่ะ มองเผินๆ เหมือนพวกเขากำลังยืนอยู่บนสรวงสวรรค์ แต่ถ้าสังเกตให้ดี พื้นที่ตรงนั้นกำลังจะหมดลง เท้าของฝ่ายหญิงกำลังจิกเกร็งอยู่ที่ "ริมหน้าผา"
นักวิจารณ์ศิลปะตีความว่านี่คือข้อความที่ Klimt ซ่อนไว้เพื่อบอกเราว่า
ความรักที่สวยงามที่สุด มักเป็นจุดที่เปราะบางและอันตรายที่สุดเสมอ
ตามแนวคิด Eros & Thanatos (ความรักและความตาย)
เธอยอมคุกเข่า ยอมมอบทั้งกายและใจให้อีกฝ่ายอย่างหมดจด
แม้จะรู้ดีว่าเธอกำลังยืนอยู่บนปากเหว
และก้าวต่อไปอาจหมายถึงการร่วงหล่นสู่ความว่างเปล่าก็ตาม
นี่แหละค่ะ คือเหตุผลว่าทำไม The Kiss ถึงเป็นมากกว่ารูปวาดตกแต่งผนัง
The Kiss ไม่ใช่ภาพที่ส่งสายตาจ้องมองเราเหมือนโมนาลิซา
แต่เป็นภาพที่ชวนให้เรา "ถ้ำมอง" โลกส่วนตัวของคนสองคน
ภายใต้ความอลังการของทองคำ มันซ่อนความเป็นมนุษย์ที่เปราะบางเอาไว้
หากการมาเยือนเวียนนาครั้งหน้าของคุณพาคุณมาหยุดอยู่ที่หน้าภาพนี้...
ขอแนะนำว่า อย่าเพิ่งรีบยกกล้องขึ้นถ่ายรูป
ลองวางทุกอย่างลง ....
แล้วใช้ "ตาเนื้อ" เสพรายละเอียดของเกล็ดทองคำที่สะท้อนแสงไฟ จ้องมองรอยเกร็งที่นิ้วเท้าคู่นั้น
แล้วคุณจะเข้าใจว่า...
ความรักที่แท้จริง คือความกล้าหาญที่จะยืนอยู่บนปากเหวไปพร้อมกับใครสักคน
หากใครพร้อมที่จะไปพิสูจน์ความเปราะบางที่งดงามนี้ด้วยตาตัวเอง
นุกสรุปสิ่งที่ต้องเตรียมตัวไว้ให้ด้านล่างนี้ค่ะ
พิกัดและเกร็ดควรรู้
📍 สถานที่แสดงภาพ
- พิพิธภัณฑ์: Oberes Belvedere (Upper Belvedere)
- Zone: ชั้น 1 โซน Vienna 1800–1900
- Opening Hours: 10:00 - 18:00 (เช็คเวลาล่าสุดหน้าเว็บอีกทีนะคะ)
💡 ควรรู้ก่อนไป
- จองตั๋วล่วงหน้าเท่านั้น อย่าเสี่ยงไป Walk-in หน้างานเด็ดขาดค่ะ เพราะ The Kiss เนื้อหอมมาก คิวซื้อตั๋วอาจยาวจนท้อ และตั๋วมีโควตาจำกัดต่อรอบ
- เลือกตั๋วให้ถูกใบ จำไว้ว่า The Kiss อยู่ที่ "Oberes Belvedere" (Upper Belvedere) เท่านั้น ตอนกดซื้อระวังอย่าเผลอไปกดตั๋ว Lower Belvedere (ซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียน จะไม่เจอ Klimt นะคะ เตือนแล้วนะ)
- มาให้ตรงเวลา ทางพิพิธภัณฑ์เคร่งเรื่องเวลาเข้าตามรอบมาก มาก่อนเวลาได้นิดหน่อย แต่ถ้ามาสายอาจโดนปฏิเสธได้ค่ะ
- Official Booking: แนะนำซื้อผ่านเว็บทางการของ Belvedere โดยตรง (www.belvedere.at) ราคาดีที่สุดและชัวร์ที่สุดค่ะ
- ภาพนี้ เป็นจุดที่คลื่นมหาชนหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย แนะนำให้จองตั๋วรอบแรกสุดของวัน (10:00 น.) หรือรอบสุดท้ายก่อนปิด (17:00 น.) จะได้มีเวลายืนพิจารณารายละเอียดทองคำแบบไม่มีใครบัง
- ห้ามใช้แฟลชเด็ดขาด และขอความกรุณาไม่ยืนเซลฟี่แช่นานเกินไป แบ่งปันพื้นที่ให้คนข้างหลังได้เห็น "หน้าผา" นั้นด้วยตาตัวเองบ้าง
- ถ้าอยากสังเกตความแตกต่างของ "ทองคำ" (ของจริง) vs "สีเหลือง" (ของก๊อป) ให้ลองเดินขยับซ้ายขวาดูแสงสะท้อน ของจริงจะวูบวาบมีมิติ ไม่ด้านเหมือนโปสเตอร์หน้าพิพิธภัณฑ์
Fact File
Artist
Gustav Klimt
Year
1907–1908
Style
Vienna Secession (Art Nouveau)
Original Title
Liebespaar (The Lovers)
เรื่องและภาพโดย: Nookpixel
นุก – เสาวลักษณ์ จันทร์อดิศร เภสัชกรหญิงผู้ผันตัวมาเป็นนักเล่าเรื่องและช่างภาพ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงเวียนนา
หลงรักการเดินเท้าและบันทึกจังหวะเมืองผ่านเลนส์
เจ้าของเพจ "วนเวียนนา - Von Wien" มาพร้อมแนวคิด "เดินวนในเวียนนา...มีเรื่องมาเล่า"
โดยตั้งใจหยิบยกศิลปะ วัฒนธรรม และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยฉบับคนท้องถิ่น
มาถ่ายทอดให้เป็นเรื่องราวที่ละเมียดละไมและสนุกสนานกว่าที่เคย
และเจ้าของเพจ "Nookpixel" บริการถ่ายภาพในเวียนนา
สำหรับใครที่อยากเก็บความทรงจำสวยๆ ในมุมมองที่ไม่เหมือนใคร
ช่องทางการติดตาม:
- เรื่องราวจากเวียนนา: วนเวียนนา - Von Wien (FB สำหรับคนชอบอ่าน)
- สนใจถ่ายภาพ/ติดต่องาน: Nookpixel (FB สำหรับทักแชทจ้างงาน)
- รวมภาพถ่ายสวยๆ : @nookpixel.photo (IG Portfolio)
Nookpixel
Blogger & photographer
Enter a Heading
This is a paragraph. Click edit and enter your own text. You can make changes like making the text bold, underline or italic. This is a great place for you to tell your clients more about your story and to describe the type of photographer you are. You can come back at any time to make more changes.



