คืนข้ามปีในเวียนนา "Silvester"
ถ้าคุณคิดว่าการเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่เวียนนา
คือการไปยืนเบียดดูพลุเฉยๆ...
คุณกำลังพลาด "หัวใจ" ของเมืองนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
สำหรับชาวเวียนนา ค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่านศักราช
แต่มันคือพิธีกรรมทางสังคมที่มีชื่อเรียกว่า "Silvester"
บทความนี้จะพาเจาะลึกในรายละเอียด
ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการเฉลิมฉลอง
เสียงระฆัง Pummerin ที่ดังกึกก้อง
ไปจนถึงจังหวะวอลซ์แรกของปี
ตามแบบฉบับของชาวเวียนนาตัวจริง
ในขณะที่ทั่วโลกเรียก New Year’s Eve
ชาวออสเตรียและประเทศแถบนี้เรียกว่า "Silvester"
ชื่อนี้ไม่ได้ตั้งตามดาราฮอลลีวูด แต่มาจากชื่อของ นักบุญซิลเวสเตอร์ที่ 1 (Pope Silvester I) พระสันตะปาปาที่สิ้นพระชนม์ในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 335 การเฉลิมฉลองวันนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างวันนักบุญในศาสนาคริสต์กับธรรมเนียมความเชื่อพื้นบ้าน (Pagan beliefs) เรื่องการขับไล่ภูตผีปีศาจของฤดูหนาวผ่านเสียงดังๆ ซึ่งกลายมาเป็นประเพณีจุดพลุในปัจจุบัน
สัญลักษณ์นำโชค (Glücksbringer)
ชาวเวียนนามีธรรมเนียมมอบของที่ระลึกชิ้นเล็กๆ ให้แก่กันเพื่ออวยพรปีใหม่ค่ะ ได้แก่ หมู (Glücksschwein), ใบโคลเวอร์ 4 แฉก (Kleeblatt) และ คนกวาดปล่องไฟ (Rauchfangkehrer)
โดยเฉพาะ 'คนกวาดปล่องไฟ' ที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เพราะในสมัยก่อนหากปล่องไฟอุดตันอาจทำให้ไฟไหม้บ้านได้ การที่มีคนมาทำความสะอาดจึงเปรียบเสมือนการนำความปลอดภัยมาสู่ครอบครัวนั่นเอง
ดังนั้น หากคุณได้เห็นแผงขายของที่ระลึกเหล่านี้เรียงรายตามท้องถนน ก็ขอให้รู้เลยว่าบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองแบบชาวเวียนนาแท้ๆ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ
หมูน้อยวางอยู่บนใบโคลเวอร์ โชคสองชั้นไปเลย
คนกวาดปล่องไฟ หนึ่งในสัญลักษณ์นำโชค
ร้านขายของสัญลักษณ์นำโชค (Glücksbringer)
แผงขายของที่ระลึก พบได้ทั่วไปในเวียนนา
The City’s Stage เส้นทางแห่งความสุข "Silvesterpfad"
ทุกๆ คืนวันสิ้นปี รัฐบาลกรุงเวียนนา (Stadt Wien) จะจัดงานที่เรียกว่า Silvesterpfad หรือเส้นทางแห่งคืนวันสิ้นปี (New Year’s Eve Trail) ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่งานเวทีเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนใจกลางเมืองทั้งเมือง (Innere Stadt) ให้เป็นลานปาร์ตี้ขนาดยักษ์
- เวลา: เริ่มตั้งแต่ 14:00 น. ไปจนถึง 02:00 น. ของอีกวัน
- คาดการณ์ว่าจะมีคนร่วมงานมากกว่า 800,000 คน ในแต่ละปี โดยกระจายตัวไปตามจุดต่างๆ
- ไฮไลท์สำคัญก็คือ
- Rathausplatz (ลานศาลาว่าการ): เป็น Main Stage สำหรับดนตรีสด ป๊อป ร็อค และดิสโก้
- Graben ถนนช้อปปิ้งหรูที่กลายเป็น "ห้องเต้นรำกลางแจ้ง" (Open-air Ballroom) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยโรงเรียนสอนเต้นรำชั้นนำของเวียนนาจะมาสอนเต้นวอลซ์ฟรีในช่วงบ่าย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเที่ยงคืน
แสงสีแห่ง Kärntner Straße: ทางเดินสายหลักมุ่งหน้าสู่เวทีคอนเสิร์ตและลานเต้นรำกลางแจ้ง
The Midnight Ritual: ช่วงเวลาที่ "ขลัง" ที่สุด
ในขณะที่นักท่องเที่ยวตื่นเต้นกับเสียงดนตรีและการนับถอยหลัง ชาวเวียนนาจะจดจ่อกับ "เสียง" สองอย่างนี้:
เสียงระฆัง Pummerin (The Pummerin Bell)
ทันทีที่นาฬิกาบอกเวลา 00:00 น. เสียงนับเคาน์ดาวน์อาจจะดัง
แต่เสียงที่ทุกคนรอคอยคือเสียงระฆังใหญ่จากหอคอยด้านเหนือของมหาวิหารเซนต์สตีเฟน (Stephansdom)
ความพิเศษก็คือ Pummerin เป็นระฆังที่ใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป หล่อขึ้นจาก "ปืนใหญ่" ของกองทัพออตโตมันที่ทิ้งไว้หลังการปิดล้อมเวียนนาในปี 1683 ซึ่งระฆังนี้ "ไม่ได้ตีพร่ำเพรื่อ" จะตีเฉพาะโอกาสสำคัญทางศาสนาและวันปีใหม่เท่านั้น
เสียงทุ้มต่ำที่ดังกังวานไปทั่วเมือง (และถ่ายทอดสดทั่วประเทศผ่านวิทยุช่อง ORF) คือสัญญาณแห่งสันติภาพและการเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริง
เพลง Blue Danube Waltz (Donauwalzer)
วินาทีที่เสียงระฆัง Pummerin จางลง (ประมาณนาทีที่ 00:12) สถานีวิทยุแห่งชาติ (ORF) และลำโพงทั่วเมืองจะเปิดเพลงคุ้นหู ที่ใครหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาแล้วสักครั้งหนึ่ง เพลงนั้นก็คือ "The Blue Danube" (An der schönen blauen Donau) ของ Johann Strauss II
นี่คือซีนที่โรแมนติกและขนลุกที่สุด คนแปลกหน้าจะจับคู่กันเต้นวอลซ์กลางถนน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ Stephansplatz, สวนสาธารณะ หรือในบาร์หรู ทุกคนจะหมุนตัวไปพร้อมกัน เป็นจิตวิญญาณของเวียนนาที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในโลก
Stephansdom หัวใจของเวียนนา: ต้นกำเนิดเสียงระฆังแห่งสันติภาพ และจุดเริ่มต้นของค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง (สังเกตหลังคากระเบื้องโมเสกที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง สวยงามโดดเด่นแม้ในยามค่ำคืน)
ธรรมเนียมเฝ้าหน้าจอ "Dinner for One" & The Concert
ถ้าคุณได้รับเชิญไปบ้านเพื่อนชาวออสเตรีย คุณจะเจอธรรมเนียมนี้:
- "Dinner for One": ดูละครตลกสั้น ขาว-ดำ ภาษาอังกฤษ (แต่คนเยอรมันและออสเตรียชอบมาก) เกี่ยวกับหญิงชราที่ฉลองวันเกิดกับบัตเลอร์ที่ต้องดื่มแทนแขกทุกคนจนเมามาย เป็น Cult Classic ที่ต้องดูทุกปีทางทีวี
- ดู "Neujahrskonzert" (New Year's Concert): เช้าวันที่ 1 มกราคม (11:15 น.) ชาวเวียนนาจะตื่นมาดูถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตจาก Vienna Philharmonic Orchestra ที่ Golden Hall (Musikverein) เป็นการเริ่มปีใหม่ด้วยดนตรีคลาสสิกที่สวยงามที่สุด (ซึ่งเป็นที่เล่าลือกันว่าตั๋วเข้าชมของจริงหายากมาก ต้องหาจับฉลากล่วงหน้าเป็นปี และราคาไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
ฉลองปีใหม่ในเวียนนาอย่างไรให้รอดและปัง (Survival Guide)
⚠️ The Danger Zone ⚠️
ช่วงเที่ยงคืน หลีกเลี่ยง Stephansplatz (ลานหน้าโบสถ์)
ถ้าคุณไม่ชอบการเบียดเสียดขั้นรุนแรง แนะนำให้หลีกเลี่ยงบริเวณนี้ เพราะคนจะแน่นจนขยับไม่ได้และอาจเกิด Panic ได้ง่าย
✅ The Smart Spot ✅
Heldenplatz: กว้างขวาง เห็นพลุระยะไกล และไม่อึดอัด
Stadtpark: บรรยากาศในสวน มีพื้นที่เหลือๆ ให้เต้นวอลซ์ได้เต็มที่
👗 Dress Code 👗
"Layering is King" อากาศจะหนาวมาก (อาจติดลบ)
แต่อย่าลืมว่าคนเวียนนาให้ความสำคัญกับความเนี๊ยบ ดังนั้น โค้ทตัวยาวสวยๆ กับรองเท้าบูทที่เดินสบายคือคำตอบ
🍾 Sekt (Sparkling Wine) 🍾
อย่าลืมพกแก้วหรือขวด Sekt เล็กๆ ไปด้วย เพื่อชนแก้วและพูดว่า "Prosit Neujahr!"
(Prosit เป็นภาษาละติน แปลว่า "ขอให้สำเร็จ/โชคดี")
การฉลองปีใหม่ในเวียนนา ไม่ใช่แค่ความสนุกชั่วข้ามคืน
แต่คือการเสพประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านเสียงดนตรี
หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้ทุกคนวางแผนค่ำคืน Silvester ได้อย่าง "ลึกซึ้ง" และมีความหมาย
แล้วเจอกันกลางฟลอร์เต้นรำนะคะ! Alles Walzer! 💃🕺
เรื่องและภาพโดย: Nookpixel
นุก – เสาวลักษณ์ จันทร์อดิศร เภสัชกรหญิงผู้ผันตัวมาเป็นนักเล่าเรื่องและช่างภาพ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงเวียนนา
หลงรักการเดินเท้าและบันทึกจังหวะเมืองผ่านเลนส์
เจ้าของเพจ "วนเวียนนา - Von Wien" มาพร้อมแนวคิด "เดินวนในเวียนนา...มีเรื่องมาเล่า"
โดยตั้งใจหยิบยกศิลปะ วัฒนธรรม และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยฉบับคนท้องถิ่น
มาถ่ายทอดให้เป็นเรื่องราวที่ละเมียดละไมและสนุกสนานกว่าที่เคย
และเจ้าของเพจ "Nookpixel" บริการถ่ายภาพในเวียนนา
สำหรับใครที่อยากเก็บความทรงจำสวยๆ ในมุมมองที่ไม่เหมือนใคร
ช่องทางการติดตาม:
- เรื่องราวจากเวียนนา: วนเวียนนา - Von Wien (FB สำหรับคนชอบอ่าน)
- สนใจถ่ายภาพ/ติดต่องาน: Nookpixel (FB สำหรับทักแชทจ้างงาน)
- รวมภาพถ่ายสวยๆ : @nookpixel.photo (IG Portfolio)
Nookpixel



